รีวิว 5 แอปพลิเคชันที่นักเรียนไทยในอังกฤษต้องมี
ใครที่กำลังจะไป เรียนต่ออังกฤษ หรือเพิ่งย้ายไปใหม่ๆ รู้ไหมว่าหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ชีวิตที่นั่นง่ายขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่การปรับตัวกับอากาศหนาวหรืออาหาร แต่คือการมี แอปที่ถูกต้องติดเครื่อง ตั้งแต่วันแรก บทความนี้รวม 5 แอปที่คนที่อยู่อังกฤษจริงๆ แนะนำใช้งานได้จริง และช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาได้
1. Trainline
สำหรับนักเรียนปริญญาที่อังกฤษ ถ้าจะให้เลือกแอปเดียวที่ขาดไม่ได้ที่สุดในอังกฤษ หลายคนที่ไปเรียนต่อที่นั่นจะตอบว่า Trainline แอปนี้ช่วยให้จองตั๋วรถไฟและรถโค้ชทั่วอังกฤษได้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล ระหว่างเมืองหรือข้ามภูมิภาค
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้: Railcard คืออะไร?
ก่อนอื่นเลย ต้องซื้อ Railcard ในแอปก่อน Railcard คือบัตรลดราคาค่าโดยสารรถไฟที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋ว เขาจะใช้ Railcard นี้ยืนยันว่าเราซื้อตั๋วถูกต้องและนั่งถูกขบวน สำหรับนักเรียน มี 2 ประเภทหลักคือ:
-
16-25 Railcard — สำหรับอายุ 16-25 ปี
-
26-30 Railcard — สำหรับอายุ 26-30 ปี
ทำไมไม่ควรรอซื้อที่สถานี?
ราคาตั๋วหน้าสถานีในอังกฤษแพงกว่าราคา Advance Ticket ที่จองล่วงหน้าผ่านแอปหลายเท่า การมี Trainline ไว้ติดเครื่องจึงเป็นเรื่องของการประหยัดเงินจริงๆ ไม่ใช่แค่ความสะดวก บางกรณีถึงแม้เราซื้อตั๋วจาก Trainline เราอาจจะต้องไปรับตั๋วที่สถานีด้วย
ฟีเจอร์เด่นที่น่าใช้
-
Railcard Integration: เชื่อมต่อ 16-25 Railcard ให้ส่วนลด 1/3 ทันที — สำคัญมากสำหรับนักเรียน!
-
Split Ticketing: แอปช่วยหาตั๋วแยกสถานีให้อัตโนมัติ ประหยัดได้ถึง 50%
-
Live Train Tracking: เช็กรถไฟดีเลย์แบบ real-time ไม่ต้องกลัวตกรถ
-
Offline Tickets: ดาวน์โหลดตั๋วไว้ใช้ออฟไลน์ได้ ไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi
Tips: เวลามีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋ว เราอาจจะต้องโชว์ตั๋วเรา ว่าเราขึ้นมาถูกรอบไหม และเราอาจจะต้องโชว์ Railcard ด้วย
ถ้าเรากดรอบจองตั๋ว เราสามารถกดขอจองที่นังได้ แต่เป็นแบบสุ่มนะ แต่ถ้าเราไม่จอง เราสามารถนั่งตรงที่นั่ง Available (สีเขียว) จะขึ้นให้เห็นตรงด้านบนที่นั่งของรถไฟ
บางกรณีถึงแม้เราซื้อตั๋วจาก Trainline เราอาจจะต้องไปรับตั๋วที่สถานีด้วย
2. First Bus
หลายคนคิดว่าอังกฤษมีแค่รถไฟ แต่จริงๆ แล้วชีวิตนักเรียนในเมืองมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ เช่น Bristol, Leeds, Glasgow, Sheffield พึ่งพา รถบัส เป็นหลัก และ First Bus คือผู้ให้บริการรายใหญ่ในหลายเมืองเหล่านี้
ฟีเจอร์เด่นที่น่าใช้
-
Live Bus Map ดูบนแผนที่ได้เลยว่ารถบัสสายที่เรารออยู่ตอนนี้อยู่ตรงไหน จะได้ออกจากบ้านได้แม่นยำ ไม่ต้องยืนตากฝนรอเก้อ
-
M-Tickets ซื้อตั๋วผ่านแอปได้เลย ทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือ Student Pass รายเดือน ซึ่งราคาถูกกว่าจ่าย contactless บนรถ
-
Space Checker ในบางเมือง แอปจะบอกได้ว่าบนรถมีที่ว่างเยอะไหม รวมถึงที่สำหรับรถเข็นหรือกระเป๋าเดินทาง
Tips: ถ้าวันนั้นเราวางแผนขึ้นรถบัสมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบ 1 Day pass จะประหยัดและคุ้มกว่า
พอเราซื้อตั๋วมาแล้ว เราจะได้รับ QR code สำหรับขึ้นรถบัส ให้เราวางไว้บนตรง contactless วางโทรศัพท์หงายหน้าให้ตัวเครื่องอ่าน QR code พอมีเสียง “ตี๊ด” เราก็ขึ้นรถบัสได้เลย อ้อ แล้วก็อย่างลืมพูด “Cheers!” ทั้งก่อนและหลังขึ้นรถด้วยละ
3. National Express
ถ้ารถไฟคือความเร็ว National Express คือความประหยัด รถโค้ชของ National Express เชื่อมต่อแทบทุกเมืองในอังกฤษ รวมถึงให้บริการรับ-ส่งสนามบินหลักอย่าง Heathrow, Gatwick, และ Stansted ด้วย ถึงแม้เราจะสามารถซื้อตั๋วรถบัสจากแอป Trainline ได้ แต่แอป National Express สามารถจองที่นั่งในรถ Coach ได้ ซึ่งส่วนตัวแนะนำว่าจองดีกว่า จ่ายเพิ่มประมาณ £2 เราก็จะไม่ต้องแย่งที่นั่งกับใคร และเผลอๆก็จะไม่มีใครนั่งข้างเราด้วย และการขนย้ายกระเป๋าจะสะดวกแล้วปลอดภัยมากกว่ารถไฟ มีพื้นที่สำหรับกระเป๋าเรา ไม่ต้องแย่งกับใครด้วย
ฟีเจอร์เด่นที่น่าใช้
-
โควตากระเป๋าที่ใจดีกว่า — รถโค้ช National Express อนุญาตให้นำกระเป๋าใบใหญ่ได้มากกว่ารถไฟ เหมาะมากสำหรับวันแรกที่บินมาถึงหรือวันกลับบ้าน
-
สิ่งอำนวยความสะดวกบนรถ — รถโค้ชส่วนใหญ่มี Wi-Fi, ปลั๊กไฟ และห้องน้ำ ทำให้การนั่งรถไกล 3-4 ชั่วโมงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
สำหรับนักเรียนที่อยากประหยัดงบเที่ยว National Express มักจะราคาถูกกว่ารถไฟเกินครึ่ง โดยเฉพาะเส้นทางไปสนามบินที่มักแพงมากถ้าไปด้วยวิธีอื่น
Tips: แนะนำให้จองที่นั่ง จะได้ไม่ต้องแย่งกับใคร
เหมาะสำหรับเดินทางไปสนามบิน หรือ ถ้าต้องการประหยัดและไม่รีบ
บางครั้ง E-ticket อาจจะส่งไปที่เมลของเรา ต้องเช็คในอีเมลขยะหรือสแปมบ้างบางครั้ง
4. Royal Mail
สำหรับนักเรียนในอังกฤษ ชีวิตในต่างแดนแยกไม่ออกจากการส่ง-รับของ ไม่ว่าจะสั่งของจาก Amazon, ส่งของกลับไทย หรือรับพัสดุจากบ้าน แอป Royal Mail ช่วยจัดการทั้งหมดนี้
ฟีเจอร์เด่นที่น่าใช้
-
Track & Trace — ติดตามสถานะพัสดุได้ทุกขั้นตอน แจ้งเตือนถึงมือตั้งแต่ออกจากคลังจนถึงหน้าประตูห้อง
-
Parcel Collect — ถ้าไม่สะดวกไปไปรษณีย์ สามารถนัดให้เจ้าหน้าที่มารับพัสดุถึงหน้าหอพักได้เลยผ่านแอป
-
Post Office Locator — หาจุดส่งของหรือตู้ไปรษณีย์สีแดงที่ใกล้ที่สุด พร้อมเวลาเปิด-ปิด
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ การไม่มีแอปนี้ทำให้หลุดพัสดุบ่อยมาก เพราะถ้าไม่รับของในวันที่เขามาส่ง จะต้องไปต่อแถวที่ Post Office ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร
5. NHS App
ป่วยในต่างแดนเป็นเรื่องที่ทุกคนกลัว และระบบสาธารณสุขของอังกฤษ (NHS) ดูซับซ้อนในช่วงแรก แต่ NHS App ช่วยให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก
สิ่งที่ต้องทำก่อน: ลงทะเบียน GP
ก่อนใช้แอปได้เต็มที่ ต้องลงทะเบียนกับ GP (General Practitioner) หรือหมอประจำท้องถิ่นในพื้นที่ที่อยู่อาศัยก่อน ขั้นตอนนี้ฟรีและทำได้ผ่านเว็บไซต์หรือเดินไปที่คลินิกโดยตรง
ฟีเจอร์เด่นที่น่าใช้
-
GP Services — จองคิวตรวจหมอผ่านแอปได้เลย ไม่ต้องโทรหาคลินิกและรอสาย
-
Order Repeat Prescriptions — ถ้ามียาที่ต้องกินประจำ สามารถสั่งยาซ้ำผ่านแอปแล้วไปรับที่ร้านยาใกล้บ้านได้ โดยไม่ต้องนัดพบหมอใหม่ทุกครั้ง
-
Health Records — ดูประวัติการรักษา ผลตรวจเลือด และประวัติการฉีดวัคซีนทั้งหมดของตัวเองได้ในที่เดียว