Edvoy Thailand

Johns Hopkins University มหา'ลัยตัวท็อปด้านแพทย์, วิศวะ, AI พร้อมรีวิวแคมปัสและชีวิตจริงในเมือง Maryland

เวลานึกถึงมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา หลายคนอาจคุ้นชื่อ Harvard, MIT หรือ Stanford แต่ถ้าเป็นคนที่สนใจด้านวิศวกรรม การแพทย์ AI หรือการวิจัย เชื่อว่าชื่อของ Johns Hopkins University (JHU) จะต้องอยู่ในลิสต์มหาวิทยาลัยในฝันของใครหลายคนอย่างแน่นอน

Johns Hopkins เป็นมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่องงานวิจัยมาตั้งแต่ก่อตั้ง และยังเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันหลายสาขายังคงติดอันดับโลก โดยเฉพาะ Biomedical Engineering ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่แข็งแกร่งที่สุด ทำให้มีนักศึกษาจากทั่วโลกเดินทางมาเรียนที่นี่ทุกปี 

ครั้งนี้พี่พิงค์มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชม Homewood Campus ของ Johns Hopkins University ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Baltimore รัฐ Maryland โดยมีไกด์พิเศษเป็นนักเรียนไทย 2 คน คือ น้องถิง นักศึกษา MSE Robotics และ น้องต้าร์ นักศึกษา MSE Mechanical Engineering คอยพาเดินชมมหาวิทยาลัย พร้อมเล่าประสบการณ์การเรียนและการใช้ชีวิตที่ JHU

เราเริ่มกันด้วย จุดเช็คอินแรก ที่หน้า East Gate หนึ่งในประตูหลักของมหาวิทยาลัย บรรยากาศภายในมีความร่มรื่นสวยงาม มีพื้นที่นักศึกษาชื่อว่า The Beach ถึงจะไม่มีทะเล แต่เป็นสนามหญ้ากว้างที่กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนยอดนิยม ทุกคนมานั่งอ่านหนังสือ นอนอาบแดด หรือปิกนิกกับเพื่อนในวันที่อากาศดี มองไปรอบ ๆ ก็จะเห็นอาคารเรียนและห้องสมุดเก่าแก่ที่ล้อมรอบอยู่

พอถามถึงการเรียน น้อง ๆ ยอมรับว่าค่อนข้างเข้มข้น แต่ก็เป็นการเรียนที่ได้ลงมือทำจริง ทั้งโปรเจกต์ งานวิจัย และการทำงานร่วมกับอาจารย์ หลักสูตรปริญญาโทหลายสาขาใช้เวลาประมาณ 2 ปี แต่หากวางแผนการเรียนดี ก็สามารถเรียนจบได้เร็วขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ หากผลการเรียนดีตั้งแต่เทอมแรก นักศึกษายังมีโอกาสสมัครเป็น Tutor หรือ Teaching Assistant ของมหาวิทยาลัย ซึ่งนอกจากจะได้ประสบการณ์แล้ว ยังได้รับค่าตอบแทนที่ดีอีกด้วย

 

แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิชาการ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครันไม่แพ้กัน พี่พิงค์ได้เดินชมฟิตเนสของมหาวิทยาลัยที่เปิดให้นักศึกษาใช้บริการฟรี ทั้งห้องเวท ลู่วิ่ง และปีนผา ก่อนจะเดินผ่านสนามเทนนิส สนามเบสบอล และสนาม Lacrosse กีฬาที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัย ระหว่างทางพี่พิงค์ถามถึงเรื่องที่หลายคนกังวลเวลาเรียนต่อในต่างประเทศ นั่นคือ “ความปลอดภัย” น้อง ๆ เล่าว่า Johns Hopkins ลงทุนกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินตรวจรอบมหาวิทยาลัย หรือบริการ Blue Jay Shuttle และ Night Ride ที่นักศึกษาสามารถเรียกรถผ่านแอปเพื่อเดินทางกลับที่พักได้ฟรีในช่วงกลางคืน ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องอ่านหนังสือดึกหรือกลับจากห้องแล็บในช่วงค่ำ

และช่วงที่ไปตรงกับ Alumni Weekend พอดี ทำให้บรรยากาศของมหาวิทยาลัยคึกคักกว่าปกติ เดินไปทางไหนก็จะเห็นศิษย์เก่าหลายรุ่นกลับมาเยี่ยมแคมปัส บางคนพาครอบครัวมาเดินเล่น บางคนกลับมาเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน หลายคนยังใส่เสื้อหรือหมวกของมหาวิทยาลัยด้วยความภาคภูมิใจ พอได้เห็นภาพแบบนี้ด้วยตัวเอง ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถึงมีชื่อเสียงและเป็นที่ใฝ่ฝันของนักศึกษาจากทั่วโลก ไม่ใช่แค่เพราะผลงานวิจัยหรืออันดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะความรู้สึกของผู้คนที่ยังคงผูกพันกับที่นี่ แม้จะเรียนจบไปแล้วก็ตาม และแน่นอนว่าถ้ามาถึงมหาวิทยาลัยอเมริกันแล้ว จะไม่แวะร้านขายของที่ระลึกก็คงไม่ได้ ร้าน Barnes & Noble ของ JHU เต็มไปด้วยเสื้อฮู้ด เสื้อยืด หมวก และของที่ระลึกที่มีโลโก้มหาวิทยาลัย ที่แนะนำว่าใครมาก็ควรซื้อกลับ

นอกจากตัวมหาวิทยาลัยแล้ว ทำเลของ Johns Hopkins University ตั้งอยู่ในเมือง Baltimore เมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ Maryland และเป็นเมืองท่าริมอ่าวที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และคาเฟ่น่ารัก ๆ ให้เดินเล่นในวันหยุด แต่ต้องขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดการไปเที่ยว Annapolis เมืองหลวงของรัฐ Maryland ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศริมทะเล บ้านเรือนสไตล์โคโลเนียล และท่าเรือที่สวยมาก seafood อร่อย ร้านขาย ice cream ก็เยอะมาก  จนพี่พิงค์ยกให้เป็นหนึ่งในเมืองที่ชอบที่สุดของทริปนี้ สำหรับสายช้อปปิ้งหรือคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ก็สามารถแวะไปที่ Ellicott City ได้เช่นกัน

ข้อดีอีกอย่างของการเรียนที่ Maryland คือการเดินทางไปเที่ยวรัฐใกล้เคียงทำได้สะดวกมาก จาก Baltimore สามารถนั่งรถไฟหรือขับรถไปยัง Washington D.C. ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเที่ยวพิพิธภัณฑ์ระดับโลก ชมอนุสรณ์สถานสำคัญ ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเมืองประวัติศาสตร์หรือสัมผัสธรรมชาติ ก็สามารถเดินทางต่อไปยังรัฐ Virginia ได้ไม่ยาก

หนึ่งวันที่ Johns Hopkins University ทำให้พี่พิงค์รู้สึกว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่เป็นสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ทั้งการเรียน การวิจัย การทำกิจกรรม และการดูแลคุณภาพชีวิตในทุกด้าน

สำหรับใครที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยด้าน Engineering, Robotics, AI หรือ Biomedical Engineering การได้มาเดินในแคมปัสแห่งนี้ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไม Johns Hopkins University ถึงยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักศึกษาจากทั่วโลก และถ้ามีโอกาส พี่พิงค์ก็อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ด้วยตัวเองสักครั้งหากน้อง ๆ สนใจอยากเรียนต่ออเมริกา สามารถติดต่อพี่ๆ Edvoy เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้เลยค่าาา~

📩 เรียนต่ออเมริกา (Study in USA) 📩

เรียนต่อปริญญาตรี-ปริญญาโท-ปริญญาเอกอังกฤษ 

ทักเข้ามาได้เลย!ปรึกษาและบริการฟรีทุกขั้นตอน~

“เรียนต่อต่างประเทศ ต้อง Edvoy Thailand เท่านั้น”

ลงทะเบียนเพื่อรับคำปรึกษา

study-in-usa