เรียนต่อ UK 2027: Complete Guide สำหรับ September Intake ต้องเตรียมตัวยังไงให้ทัน?
ถ้าน้อง ๆ กำลังวางแผนเรียนต่อประเทศอังกฤษในรอบ September 2027 ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับการเริ่มเตรียมตัว เพราะเราไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงปี 2027 แล้วค่อยเริ่มสมัครค่ะ
การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เรามีเวลาเลือก Course และมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับตัวเอง เตรียมเอกสาร เช็กคุณสมบัติ พัฒนาภาษาอังกฤษ รวมถึงวางแผนค่าใช้จ่ายและ Scholarship ได้อย่างรอบคอบ โดยไม่ต้องเร่งจัดการทุกอย่างในช่วงใกล้เปิดเรียน
สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการสมัครระดับ Undergraduate ผ่าน UCAS ระบบเปิดให้เริ่มทำ Application สำหรับปี 2027 ได้ตั้งแต่วันที่ 12 May 2026 และสามารถส่งใบสมัครที่เสร็จสมบูรณ์เข้าสู่ระบบ UCAS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 September 2026
GMU เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ได้รับความสนใจจากนักศึกษานานาชาติ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่สนใจเรียนต่อด้าน Technology, Engineering, Computer Science และ Business ด้วยหลักสูตรที่หลากหลาย ทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งงานสำคัญ และบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยที่มีความเป็น International สูง
วันสำคัญสำหรับหลักสูตร Undergraduate ส่วนใหญ่คือวันที่ 13 January 2027 เวลา 18:00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็น Equal Consideration Deadline ส่วน University of Oxford, University of Cambridge และหลักสูตรส่วนใหญ่ในสาขา Medicine, Dentistry และ Veterinary Medicine/Science จะมี Deadline เร็วกว่าคือวันที่ 15 October 2026
เพราะฉะนั้น หากเป้าหมายของเราคือ September 2027 การเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ปี 2026 จะทำให้เรามีเวลาวางแผนและแก้ไขจุดที่ยังไม่พร้อมได้มากขึ้นค่ะ
แล้ววันนี้ควรเริ่มจากอะไร?
1. เริ่มจากเลือก Course ที่อยากเรียน
ก่อนจะเลือกมหาวิทยาลัยจาก Ranking หรือชื่อเสียง พี่พิงค์อยากให้น้อง ๆ เริ่มจากการถามตัวเองก่อนว่า
- เราสนใจเรียนเรื่องอะไร
- วิชาไหนที่เราเรียนแล้วรู้สึกสนุกหรือทำได้ดี
- หลังเรียนจบ เราอยากทำงานหรือเติบโตไปในสายอาชีพแบบไหน
Course ที่เราเลือกจะเป็นสิ่งที่ต้องเรียนและใช้พัฒนาตัวเองตลอดระยะเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญต่อ Career ในอนาคต จึงไม่ควรตัดสินใจจาก Ranking เพียงอย่างเดียว
มหาวิทยาลัยที่มี Ranking สูงที่สุดอาจไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่เหมาะกับเราที่สุด ในทางกลับกัน Course ที่มีเนื้อหาตรงกับความสนใจ เป้าหมาย และเส้นทางอาชีพที่วางไว้ อาจทำให้การเรียนต่อครั้งนี้มีความหมายและคุ้มค่ากว่าในระยะยาวค่ะ
เมื่อรู้แล้วว่าอยากเรียนอะไร ค่อยนำคำตอบเหล่านี้มาใช้ค้นหา Course และมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับโปรไฟล์ของเรา
2. Shortlist มหาวิทยาลัยประมาณ 5–8 แห่ง
หลังจากได้สาขาที่สนใจแล้ว ลอง Shortlist มหาวิทยาลัยไว้ประมาณ 5–8 แห่งสำหรับเปรียบเทียบ ก่อนคัดเลือกตัวเลือกสุดท้ายที่จะใช้สมัคร
สิ่งที่ควรนำมาเปรียบเทียบ ได้แก่
- Course Content และวิชาที่เปิดสอน
- Entry Requirements
- Tuition Fees
- Ranking ทั้งภาพรวมและรายสาขา
- Location และค่าครองชีพของเมือง
- Scholarship
- Placement หรือ Internship
- Career Support และโอกาสหลังเรียนจบ
- สิ่งอำนวยความสะดวกและบรรยากาศของมหาวิทยาลัย
สำหรับการสมัคร Undergraduate ผ่าน UCAS น้อง ๆ สามารถเลือกได้สูงสุด 5 Choices ดังนั้นการ Shortlist ไว้มากกว่า 5 แห่งในช่วงแรกจะช่วยให้เราเปรียบเทียบและคัดเลือกตัวเลือกสุดท้ายได้รอบคอบขึ้นค่ะ
3. เช็กวุฒิและเกรดของตัวเอง
แต่ละ Course และมหาวิทยาลัยอาจกำหนดคุณสมบัติแตกต่างกัน น้อง ๆ จึงควรตรวจสอบว่าวุฒิที่กำลังเรียนหรือสำเร็จการศึกษาแล้ว เช่น A Level, IB, BTEC, ม.6 หรือหลักสูตรนานาชาติ สามารถใช้สมัคร Course ที่สนใจได้หรือไม่
นอกจากเกรดเฉลี่ยแล้ว บางสาขายังระบุวิชาที่ต้องเรียนมาก่อน หรือกำหนดคะแนนขั้นต่ำเป็นรายวิชา เช่น Mathematics, Chemistry หรือ Biology โดยเฉพาะหลักสูตรด้าน Engineering, Computer Science และ Health Sciences
หากวุฒิหรือผลการเรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์สำหรับเข้าเรียนปริญญาตรีโดยตรง น้อง ๆ อาจมีทางเลือกอื่น เช่น International Foundation Year ก่อนเข้าสู่หลักสูตรปริญญาค่ะ
4. เตรียมเรื่องภาษาอังกฤษ
มหาวิทยาลัยและแต่ละ Course อาจกำหนดคะแนนภาษาอังกฤษไม่เท่ากัน จึงควรเช็กตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าหลักสูตรที่เราสนใจต้องการคะแนนระดับใด และยอมรับผลสอบประเภทไหนบ้าง เช่น
- IELTS Academic
- IELTS for UKVI
- Pearson PTE Academic
- TOEFL iBT
- แบบทดสอบภาษาของมหาวิทยาลัย
- ผลภาษาอังกฤษหรือวุฒิที่สามารถใช้ขอ English Language Waiver
น้อง ๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีผล IELTS ก่อนเสมอไป เพราะหลายมหาวิทยาลัยอนุญาตให้สมัครก่อนได้ และอาจออก Conditional Offer โดยกำหนดให้ส่งผลภาษาอังกฤษเพิ่มเติมภายหลัง
อย่างไรก็ตาม ควรเผื่อเวลาสำหรับการเตรียมตัวสอบ การสอบใหม่หากคะแนนยังไม่ถึง และการเรียน Pre-sessional English ในกรณีที่จำเป็นค่ะ
5. เริ่มเตรียม Application
ขั้นตอนการสมัครระดับ Undergraduate และ Master’s จะแตกต่างกัน
สำหรับ Undergraduate โดยทั่วไปจะสมัครผ่าน UCAS และต้องเตรียมข้อมูลการศึกษา ผลการเรียน ตัวเลือก Course คำตอบในส่วน Personal Statement และ Academic Reference ให้ครบก่อนจึงจะส่งใบสมัครได้
ตั้งแต่การสมัครสำหรับปี 2026 เป็นต้นมา UCAS ได้เปลี่ยน Personal Statement จากบทความยาวหนึ่งชิ้นเป็นการตอบ 3 คำถาม ได้แก่
- ทำไมเราจึงต้องการเรียน Course หรือ Subject นี้
- การเรียนและวุฒิการศึกษาที่ผ่านมาช่วยเตรียมเราให้พร้อมสำหรับ Course นี้อย่างไร
- เราได้ทำอะไรนอกเหนือจากการเรียนเพื่อเตรียมตัว และประสบการณ์เหล่านั้นมีประโยชน์อย่างไร
คำตอบทั้งสามส่วนมีความยาวรวมกันไม่เกิน 4,000 ตัวอักษร รวมช่องว่าง และมหาวิทยาลัยจะพิจารณาคำตอบทั้งหมดร่วมกัน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องซ้ำ และใช้ตัวอย่างที่สะท้อนความสนใจ ทักษะ และความพร้อมของเราให้ชัดเจน
ส่วนระดับ Master’s หลายมหาวิทยาลัยเปิดให้สมัครโดยตรงผ่านระบบของมหาวิทยาลัย แต่เอกสารและ Deadline อาจแตกต่างกันในแต่ละ Course จึงควรตรวจสอบรายละเอียดเป็นรายหลักสูตรค่ะ
6. วางแผนค่าใช้จ่ายและ Scholarship
ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ UK ไม่ได้มีเพียง Tuition Fees แต่ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่ต้องวางแผน เช่น
- Accommodation
- ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายประจำวัน
- ค่าเดินทางภายในเมือง
- ค่าวีซ่าและ Immigration Health Surcharge
- ค่าตั๋วเครื่องบิน
- ค่าประกันหรือค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง
- เงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
สำหรับการสมัคร Student Visa อัตราที่ UKVI ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบันกำหนดหลักฐานค่าครองชีพไว้ที่ £1,529 ต่อเดือนสำหรับการเรียนใน London และ £1,171 ต่อเดือนสำหรับการเรียนนอก London โดยคำนวณสูงสุด 9 เดือน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนการยื่นวีซ่าในปี 2027 น้อง ๆ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก GOV.UK อีกครั้งเมื่อถึงเวลาสมัครจริงค่ะ
ส่วน Scholarship ควรเริ่มค้นหาตั้งแต่ช่วงเลือกมหาวิทยาลัย เพราะบางทุนกำหนดให้ผู้สมัครต้องได้รับ Offer ก่อน ขณะที่บางทุนมีใบสมัครแยกและอาจปิดรับเร็วกว่าที่คิด
7. อย่ารอให้ได้ Offer แล้วค่อยวางแผนเรื่องอื่น
เรื่อง Accommodation, Scholarship, ค่าใช้จ่าย และ Student Visa ควรวางแผนควบคู่ไปกับการสมัครมหาวิทยาลัย เพราะหอพักยอดนิยมและทุนบางประเภทอาจมีจำนวนจำกัด
นอกจากนี้ บางมหาวิทยาลัยและบาง Course อาจมี Deadline ของตัวเองเร็วกว่ากำหนดกลางของ UCAS โดยเฉพาะ Course ที่มีการแข่งขันสูง มีขั้นตอนสัมภาษณ์ หรือจำกัดจำนวนผู้สมัคร
การเริ่มต้นเร็วไม่ได้หมายความว่าเราต้องรีบตัดสินใจทุกอย่างทันที แต่ช่วยให้เรามีเวลาเปรียบเทียบและตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้นค่ะ
Timeline เรียนต่อ UK รอบ September 2027
สำหรับปริญญาตรี Undergraduate
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| August–September 2026 | ค้นหา Course และมหาวิทยาลัย พร้อมเช็ก Entry Requirements |
| September–October 2026 | เตรียม UCAS Application คำตอบ Personal Statement ทั้ง 3 ส่วน และ Academic Reference |
| 15 October 2026 | Deadline สำหรับ Oxford, Cambridge และหลักสูตรส่วนใหญ่ใน Medicine, Dentistry และ Veterinary Medicine/Science |
| November–December 2026 | ส่งใบสมัคร ตรวจสอบเอกสาร และเตรียมสอบหรือสัมภาษณ์หาก Course กำหนด |
| 13 January 2027 | UCAS Equal Consideration Deadline สำหรับหลักสูตร Undergraduate ส่วนใหญ่ |
| February–April 2027 | ติดตามผลและเปรียบเทียบ Offers พร้อมตรวจสอบ Scholarship |
| May–June 2027 | เลือก Firm และ Insurance Choice ตามกำหนดที่แสดงในบัญชี UCAS พร้อมสมัคร Accommodation |
| June–August 2027 | ดำเนินการตามเงื่อนไขของ Offer รับ CAS สมัคร Student Visa และเตรียมตัวเดินทาง |
| September 2027 | เดินทางและเริ่มเรียนที่ UK |
วันที่สำหรับตอบรับ Offer อาจแตกต่างกันตามวันที่ได้รับผลจากมหาวิทยาลัย น้อง ๆ จึงควรตรวจสอบ Deadline ที่แสดงในบัญชี UCAS ของตัวเอง ไม่ควรยึดช่วงเวลาในตารางเพียงอย่างเดียวค่ะ
สำหรับปริญญาโท Master’s
การสมัคร Master’s มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะโดยทั่วไปสามารถสมัครกับมหาวิทยาลัยโดยตรง และแต่ละมหาวิทยาลัยหรือแต่ละ Course อาจมี Deadline ไม่เหมือนกัน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| August–October 2026 | Research Course, Shortlist มหาวิทยาลัย และเช็ก Entry Requirements |
| October–November 2026 | เตรียม CV, Statement of Purpose/Personal Statement, Transcript และ Reference |
| November 2026–January 2027 | เริ่มสมัครมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะ Course ที่แข่งขันสูงหรือมี Scholarship |
| February–April 2027 | สมัครเพิ่มเติม ติดตาม Offers และเปรียบเทียบเงื่อนไข |
| March–May 2027 | สมัคร Scholarship ที่ยังเปิดอยู่ พร้อมวางแผนการเงินและ Deposit |
| May–June 2027 | ตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัย ตอบรับ Offer และสมัคร Accommodation |
| June–August 2027 | ทำตามเงื่อนไขของ Offer รับ CAS สมัคร Student Visa และเตรียมตัวเดินทาง |
| September 2027 | เดินทางและเริ่มเรียน Master’s ที่ UK |
สำหรับ Master’s ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงปี 2027 แล้วค่อยสมัคร โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ต้องการเรียน Course ที่มีการแข่งขันสูง หรืออยากสมัคร Scholarship เพราะบางทุนปิดรับก่อนเปิดเรียนหลายเดือน
หากเป้าหมายคือ September 2027 ช่วงปลายปี 2026 จึงเป็นช่วงที่ดีสำหรับการเตรียมและเริ่มส่ง Application ค่ะ
UK September 2027 Checklist
ก่อนเดินทางไปเรียนต่อ UK ลองเช็กกันว่า เราจัดการเรื่องเหล่านี้แล้วหรือยัง
- รู้แล้วว่าอยากเรียน Course อะไร
- Shortlist มหาวิทยาลัยที่สนใจแล้ว
- เช็ก Entry Requirements และวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครแล้ว
- วางแผนสอบหรือเตรียม English Requirement แล้ว
- เตรียมเอกสารสมัครเรียนแล้ว
- เตรียมคำตอบ UCAS Personal Statement หรือ Statement of Purpose แล้ว
- ส่งใบสมัครมหาวิทยาลัยแล้ว
- เช็กและสมัคร Scholarship แล้ว
- ได้รับ Offer และทำตามเงื่อนไขครบแล้ว
- เลือกมหาวิทยาลัยและตอบรับ Offer แล้ว
- วางแผนค่าใช้จ่ายและเตรียมหลักฐานทางการเงินแล้ว
- จัดการเรื่อง Accommodation แล้ว
- ได้รับ CAS แล้ว
- สมัคร Student Visa แล้ว
- เตรียมเอกสารและวางแผนก่อนเดินทางแล้ว
พร้อมเริ่มวางแผน UK September 2027 แล้วหรือยัง?
การเตรียมตัวเรียนต่อ UK ไม่ได้หมายความว่าเราต้องจัดการทุกอย่างให้เสร็จภายในครั้งเดียว สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นให้เร็วและแบ่งการวางแผนออกเป็นขั้นตอน ตั้งแต่เลือก Course และมหาวิทยาลัย เตรียม Application สมัคร Scholarship วางแผน Accommodation ไปจนถึงสมัคร Student Visa
ยิ่งเราเริ่มเร็ว ก็ยิ่งมีเวลาทำความเข้าใจตัวเลือกของตัวเอง เปรียบเทียบมหาวิทยาลัย และเตรียมเอกสารแต่ละส่วนให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องรีบตัดสินใจในช่วงใกล้ Deadline
หากน้อง ๆ ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน หรืออยากรู้ว่า University และ Course ใดเหมาะกับโปรไฟล์ของตัวเอง สามารถปรึกษาพี่พิงค์และทีม Edvoy Thailand ได้ฟรีค่ะ
พี่ ๆ พร้อมช่วยตั้งแต่การเลือก Course และมหาวิทยาลัย ตรวจสอบ Entry Requirements วางแผน Application และ Scholarship ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนเดินทาง โดยบริการให้คำปรึกษาและช่วยยื่นสมัครกับมหาวิทยาลัยพาร์ตเนอร์ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเราเป็นตัวแทนตรงของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษมากกว่า 60 แห่งค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเรียนต่อ UK September 2027
1. ควรเริ่มวางแผนเรียนต่อ UK September 2027 ตั้งแต่เมื่อไร?
แนะนำให้เริ่มตั้งแต่ปี 2026 เพื่อให้มีเวลาเลือก Course และ University เตรียมภาษาอังกฤษ สมัคร Scholarship และจัดการเอกสารต่าง ๆ ได้อย่างไม่เร่งรีบ
สำหรับ Undergraduate สามารถเริ่มทำ UCAS Application ได้ตั้งแต่วันที่ 12 May 2026 และส่งใบสมัครเข้าสู่ระบบได้ตั้งแต่วันที่ 1 September 2026
2. September Intake กับ January Intake ต่างกันอย่างไร?
September Intake เป็นรอบเปิดเรียนหลักของมหาวิทยาลัยใน UK จึงมักมี Course และมหาวิทยาลัยให้เลือกมากกว่า รวมถึงเป็นช่วงที่นักศึกษาส่วนใหญ่เริ่มเรียน
ส่วน January Intake มี Course ให้เลือกน้อยกว่าในบางสาขา แต่เหมาะกับผู้ที่ยังไม่พร้อมเริ่มเรียนในเดือน September หรือต้องการเวลาเตรียมตัวเพิ่มเติม โดยควรตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยและ Course ที่สนใจเปิดรับในเดือน January หรือไม่
3. ปริญญาตรีและปริญญาโทสมัครเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันค่ะ Undergraduate ส่วนใหญ่สมัครผ่าน UCAS และสามารถเลือกได้สูงสุด 5 Choices ขณะที่ Master’s หลายมหาวิทยาลัยเปิดให้สมัครผ่านระบบของมหาวิทยาลัยโดยตรง
เอกสาร ขั้นตอน และ Deadline ของระดับ Master’s อาจแตกต่างกันในแต่ละ Course จึงต้องตรวจสอบเป็นรายหลักสูตร
4. ยังไม่มี IELTS สามารถสมัครเรียน UK ได้ไหม?
หลายมหาวิทยาลัยอนุญาตให้สมัครก่อนมีผลภาษาอังกฤษได้ และอาจออก Conditional Offer ซึ่งระบุให้น้อง ๆ ส่งผลภาษาอังกฤษที่ผ่านเกณฑ์ในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบ English Requirements ของ Course โดยตรง เพราะประเภทข้อสอบและคะแนนที่ยอมรับอาจแตกต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัย
5. ต้องมีเกรดเท่าไรจึงจะเรียนต่อ UK ได้?
ขึ้นอยู่กับ Course, University และวุฒิการศึกษาของผู้สมัคร บางหลักสูตรพิจารณาเกรดเฉลี่ยโดยรวม ขณะที่บางหลักสูตรกำหนดคะแนนในวิชาเฉพาะด้วย
หากเกรดยังไม่ถึงเกณฑ์สำหรับเข้าเรียนโดยตรง อาจมีเส้นทางอื่น เช่น Foundation, International Year One หรือ Pre-Master’s ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาและมหาวิทยาลัยที่เลือกค่ะ
6. ต้องเตรียมเงินเท่าไรสำหรับเรียนต่อ UK?
นอกจาก Tuition Fees แล้ว ควรคำนวณค่าที่พัก ค่าครองชีพ ค่าวีซ่า Immigration Health Surcharge ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายส่วนตัวด้วย
งบประมาณจริงจะแตกต่างกันตามเมือง ประเภทที่พัก Course และ Lifestyle โดยทั่วไป London จะมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองอื่น ๆ จึงควรวางแผนงบประมาณตามสถานที่เรียนของตัวเอง
7. ควรสมัคร Scholarship ตอนไหน?
ควรเริ่มค้นหาตั้งแต่ช่วง Research University เพราะแต่ละ Scholarship มีคุณสมบัติ ขั้นตอน และ Deadline แตกต่างกัน
บางทุนพิจารณาให้อัตโนมัติพร้อมใบสมัครเรียน แต่บางทุนต้องสมัครแยกและอาจกำหนดให้ผู้สมัครได้รับ Offer ก่อน จึงไม่ควรรอจนใกล้เปิดเรียนแล้วค่อยเริ่มดูค่ะ
8. ควรเลือก University จาก Ranking อย่างเดียวไหม?
ไม่ควรเลือกจาก Ranking เพียงอย่างเดียว ควรพิจารณา Course Content, Entry Requirements, Career Opportunities, Location, ค่าใช้จ่าย สิ่งอำนวยความสะดวก และสภาพแวดล้อมในการเรียนร่วมกัน
ถ้าน้อง ๆ คนไหนกำลังวางแผนเรียนต่อ UK รอบ September 2027 แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน หรือ Course และมหาวิทยาลัยไหนเหมาะกับโปรไฟล์ของเรา สามารถทักมาพูดคุยกับพี่พิงค์และทีม Edvoy Thailand ได้เลยค่ะ พี่ ๆ พร้อมช่วยดูตั้งแต่การเลือกหลักสูตร ตรวจสอบคุณสมบัติ วางแผนการสมัครและ Scholarship ไปจนถึงเตรียมตัวก่อนเดินทางไปเรียน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาค่ะ
เรียนต่ออังกฤษ (Study in UK) 
เรียนต่อปริญญาตรี-ปริญญาโท-ปริญญาเอกอังกฤษ
ทักเข้ามาได้เลย!ปรึกษาและบริการฟรีทุกขั้นตอน~
“เรียนต่อต่างประเทศ ต้อง Edvoy Thailand เท่านั้น”