George Mason University มหาวิทยาลัยเด่นด้าน Technology ใกล้ Washington, D.C.
หลังจากเดินทางมาถึง Washington, D.C. แล้ว จุดหมายต่อไปของพี่พิงค์ในวันนี้คือ George Mason University (GMU) มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมือง Fairfax รัฐ Virginia ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Washington, D.C.
GMU เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ได้รับความสนใจจากนักศึกษานานาชาติ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่สนใจเรียนต่อด้าน Technology, Engineering, Computer Science และ Business ด้วยหลักสูตรที่หลากหลาย ทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งงานสำคัญ และบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยที่มีความเป็น International สูง
ครั้งนี้ พี่พิงค์ได้มีโอกาสเดินชม Fairfax Campus พร้อมพูดคุยกับทีมมหาวิทยาลัยและน้อง ๆ นักศึกษาไทยที่กำลังเรียนอยู่ที่นี่ เพื่อสัมผัสทั้งบรรยากาศการเรียน สิ่งอำนวยความสะดวก และชีวิตจริงของนักศึกษาที่ GMU
วันนี้พี่พิงค์จึงอยากพาทุกคนไปดูกันว่า ภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง และเพราะอะไร GMU จึงอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่กำลังวางแผนมาเรียนต่อสหรัฐอเมริกา
จุดแรกที่เราไปเยี่ยมชมคือ College of Engineering and Computing ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคณะที่โดดเด่นของ GMU โดยมีสาขาที่น่าสนใจ เช่น Computer Science, Computer Engineering, Cybersecurity, Artificial Intelligence และ Robotics
ตั้งแต่เดินเข้ามาในบริเวณ Engineering School ก็สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภายในอาคาร ห้องเรียน หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการทำโปรเจกต์ร่วมกัน
หนึ่งในสิ่งที่สะดุดตาพี่พิงค์มากคือ หุ่นยนต์ Delivery ที่สามารถพบเห็นได้ภายในแคมปัส หุ่นยนต์เหล่านี้วิ่งรับ–ส่งอาหารและสินค้าให้กับนักศึกษาตามจุดต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นตัวอย่างเล็ก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่ได้อยู่เพียงในห้องเรียนหรือห้องทดลอง แต่ถูกนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวันของนักศึกษาด้วย
สิ่งที่ทำให้การเรียนด้าน Engineering และ Computing ที่ GMU น่าสนใจมากขึ้น คือที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในบริเวณ Northern Virginia ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา และเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยี ศูนย์ข้อมูล หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรขนาดใหญ่อีกจำนวนมาก
การอยู่ใกล้แหล่งงานเหล่านี้ช่วยให้นักศึกษามีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมด้านอาชีพ การสร้าง Connection รวมถึงโอกาสฝึกงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงานของตัวเองระหว่างเรียนได้มากขึ้น
สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเรียนในสภาพแวดล้อมที่มีทั้งความเข้มข้นทางวิชาการและโอกาสเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง พี่พิงค์มองว่านี่เป็นหนึ่งในจุดแข็งที่น่าสนใจของ GMU เลยค่ะ
GMU ไม่ได้มีดีแค่สาย STEM
แม้หลายคนจะรู้จัก GMU จากความโดดเด่นด้าน Technology และ Engineering แต่จริง ๆ แล้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีหลักสูตรให้เลือกเรียนหลากหลายกว่าที่หลายคนคิด
พี่พิงค์ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม Center for the Arts ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการเรียน การฝึกซ้อม และการจัดแสดงผลงานของนักศึกษาด้าน Performing Arts, Dance และ Theatre
ภายในอาคารมีทั้งพื้นที่จัดการแสดง ห้องเก็บและเตรียม Costume รวมถึง Black Box Theatre ซึ่งเป็นโรงละครที่สามารถปรับรูปแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการแสดงและการเรียนการสอนได้อย่างยืดหยุ่น
บรรยากาศของที่นี่แตกต่างจากฝั่ง Engineering อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นว่า GMU เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้พัฒนาทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านการแสดงอย่างเต็มที่
เพราะฉะนั้น GMU จึงไม่ได้เหมาะเฉพาะกับน้อง ๆ สาย STEM เท่านั้น แต่ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนศาสตร์ด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์อย่างจริงจังอีกด้วย
College of Public Health เรียนรู้ผ่านสถานการณ์เสมือนจริง
อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเยี่ยมชมครั้งนี้คือ College of Public Health ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคาร Peterson Family Health Sciences Hall
พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมการเรียนรู้ของนักศึกษาด้าน Health Sciences และ Nursing พร้อมห้องเรียนและห้องปฏิบัติการที่ออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะใกล้เคียงกับการทำงานจริง
ส่วนที่พี่พิงค์รู้สึกว่าน่าสนใจมากคือ Simulation Lab ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษา Nursing ได้ฝึกปฏิบัติผ่านสถานการณ์จำลอง โดยมีหุ่นผู้ป่วยจำลองและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ต้องพบในการทำงานจริง
หุ่นผู้ป่วยสามารถใช้จำลองสถานการณ์และอาการที่แตกต่างกัน เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกทั้งการประเมินอาการ การตัดสินใจ การสื่อสาร และการรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ภายในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยก่อนเข้าสู่สถานการณ์จริง
นอกจากนี้ GMU ยังนำเทคโนโลยี Virtual Reality หรือ VR Simulation มาใช้ในการเรียนการสอนด้วย นักศึกษาจึงสามารถฝึกทักษะผ่านสถานการณ์เสมือนจริง และเรียนรู้จากผลลัพธ์ของการตัดสินใจในแต่ละสถานการณ์ได้
สำหรับพี่พิงค์ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อสร้างความทันสมัยให้กับห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นักศึกษาได้สร้างความมั่นใจและเตรียมความพร้อมก่อนออกไปฝึกปฏิบัติหรือทำงานจริงอีกด้วย
Johnson Center หัวใจของชีวิตนักศึกษาที่ GMU
หลังจากเดินชม School ต่าง ๆ แล้ว พี่พิงค์เดินต่อมายัง Johnson Center หรือ JC ซึ่งเปรียบเสมือน Student Union และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของชีวิตนักศึกษาที่ GMU
ที่นี่เป็นพื้นที่ที่นักศึกษามารวมตัวกันตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะมาอ่านหนังสือ ทำงานกลุ่ม ทำกิจกรรม พบปะเพื่อน หรือแวะพักระหว่างคาบเรียน
ภายใน Johnson Center มีทั้งพื้นที่นั่งเล่น ร้านอาหาร คาเฟ่ พื้นที่สำหรับจัดกิจกรรม และ Bookstore ที่จำหน่ายหนังสือ อุปกรณ์การเรียน ของที่ระลึก และสินค้า Official ของมหาวิทยาลัย
บรรยากาศค่อนข้างคึกคักและทำให้พี่พิงค์เห็นภาพชีวิตนักศึกษาที่นี่ได้อย่างชัดเจน เพราะการเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้พบปะผู้คน ทำกิจกรรม และใช้เวลาร่วมกับเพื่อนจากหลากหลายประเทศด้วย
อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนความเป็น GMU คือแนวคิด Patriot Pride หรือความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของ George Mason University
ภายในแคมปัสยังมีรูปปั้นของ George Mason บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาและเป็นที่มาของชื่อมหาวิทยาลัย ตั้งอยู่เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่นักศึกษามักแวะมาถ่ายภาพและใช้เป็นสถานที่นัดพบกัน
INTO George Mason University จุดเริ่มต้นสำหรับนักศึกษานานาชาติ
อีกหนึ่งส่วนที่พี่พิงค์อยากพาทุกคนมาชมคือ INTO George Mason University ศูนย์ที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้นักศึกษานานาชาติก่อนเข้าสู่การเรียนในหลักสูตรระดับปริญญาอย่างเต็มรูปแบบ
ภายใน INTO มีทั้งห้องเรียน พื้นที่สำหรับนักศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยมีนักศึกษาจากหลากหลายประเทศมาเรียนร่วมกัน ทำให้บรรยากาศมีความเป็น International อย่างชัดเจน
สำหรับน้อง ๆ ที่ยังกังวลเรื่องภาษาอังกฤษ ระบบการเรียน หรือการปรับตัวเข้ากับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา การเริ่มต้นผ่าน Pathway Program สามารถช่วยให้เราค่อย ๆ ทำความเข้าใจรูปแบบการเรียนและพัฒนาทักษะที่จำเป็นก่อนเข้าสู่หลักสูตรปริญญาเต็มรูปแบบได้
การเรียนใน Pathway ไม่ได้หมายความว่าน้อง ๆ จะเรียนเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสได้เริ่มเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับสาขาของตัวเองควบคู่กันไปด้วย
ฟังประสบการณ์จริงจากนักศึกษาไทยที่ GMU
การมาเยือน GMU ครั้งนี้ พี่พิงค์ได้พบกับน้อง ๆ นักศึกษาไทยสองคน ได้แก่ น้องตีโต้ นักศึกษา MS Telecommunications และ น้องนน นักศึกษา MS Computer Engineering ที่มาช่วยแบ่งปันประสบการณ์การเรียนและการใช้ชีวิตจริงที่นี่
น้องนนเล่าว่า สำหรับนักศึกษาที่เรียน Pathway Program จะไม่ได้เรียนเพียงวิชาภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังได้เรียนวิชาในสาย Major ของตัวเองควบคู่กัน โดยหลักสูตรแบบ 2 Terms จะประกอบด้วยทั้ง Major Courses และ INTO Classes เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่หลักสูตรปริญญาอย่างเต็มรูปแบบ
ดังนั้น Pathway จึงไม่ใช่การเพิ่มเวลาเรียนโดยไม่ได้อะไรกลับมา เพราะนักศึกษาสามารถเริ่มเก็บเครดิตบางส่วน พร้อมกับฝึกทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการเรียนระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา เช่น การเขียน Academic Paper การค้นคว้าข้อมูล และการทำ Research
ทักษะเหล่านี้สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับการเรียนระดับปริญญาโท เพราะรูปแบบการเรียนอาจแตกต่างจากที่นักศึกษาไทยคุ้นเคย การมีช่วงเวลาเตรียมตัวจึงช่วยให้เข้าใจระบบการเรียนและปรับตัวได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
น้อง ๆ ยังเล่าอีกว่า GMU มีนักศึกษานานาชาติจำนวนมาก ทำให้การปรับตัวไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกังวล เรามีโอกาสได้พบเพื่อนจากหลากหลายประเทศ เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และยังสามารถพบเจอกับนักศึกษาไทยที่คอยช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ด้วย
โอกาสทำงานระหว่างเรียน
อีกหนึ่งเรื่องที่น้อง ๆ หลายคนให้ความสนใจคือการทำงานระหว่างเรียน นักศึกษานานาชาติสามารถสมัครทำงานภายในมหาวิทยาลัยได้ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของวีซ่า โดย GMU มีระบบ Handshake ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมต่อนักศึกษากับประกาศงาน กิจกรรมด้านอาชีพ และโอกาสจากหน่วยงานต่าง ๆ
การทำงานภายในมหาวิทยาลัยไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องรายได้เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกภาษา เรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานในสหรัฐอเมริกา รู้จักผู้คนใหม่ ๆ และเพิ่มประสบการณ์ที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม น้อง ๆ ควรตรวจสอบเงื่อนไขของวีซ่าและปรึกษาเจ้าหน้าที่ International Student Office ของมหาวิทยาลัยทุกครั้งก่อนสมัครหรือเริ่มทำงาน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดอย่างถูกต้อง
ไม่มีรถส่วนตัวก็ใช้ชีวิตได้สะดวก
สำหรับการเดินทาง GMU มีระบบขนส่งที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของนักศึกษาง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Mason Shuttle รถรับส่งตามเส้นทางต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย รวมถึงเส้นทางที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดินและพื้นที่สำคัญโดยรอบ
นอกจากนี้ยังมี CUE Bus ซึ่งเป็นระบบรถบัสของเมือง Fairfax ที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถเดินทางไปยังสถานี Vienna Metro ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และจุดต่าง ๆ รอบเมืองได้สะดวกขึ้น
ดังนั้น แม้ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว นักศึกษาก็ยังสามารถเดินทางในชีวิตประจำวันและเชื่อมต่อเข้าสู่ Washington, D.C. ได้ เพียงแต่อาจต้องวางแผนเวลาและตรวจสอบตารางรถล่วงหน้าในแต่ละวัน
George Mason University เหมาะกับใคร?
หลังจากได้เดินชมมหาวิทยาลัยและพูดคุยกับน้อง ๆ นักศึกษาไทย พี่พิงค์มองว่า George Mason University เหมาะกับน้อง ๆ ที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยซึ่งมีหลักสูตรหลากหลาย โดยเฉพาะสาย Technology, Engineering, Computer Science, Business และ Health Sciences
GMU ยังเหมาะกับน้อง ๆ ที่อยากเรียนในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ มีสังคมนักศึกษานานาชาติ และต้องการอยู่ใกล้ Washington, D.C. รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่สำคัญของ Northern Virginia
สิ่งที่พี่พิงค์ชอบคือ แม้แคมปัสจะมีขนาดใหญ่ แต่ภายในมหาวิทยาลัยมีทั้งพื้นที่เรียน พื้นที่ทำกิจกรรม ระบบขนส่ง และบริการช่วยเหลือนักศึกษานานาชาติค่อนข้างครบ ทำให้เราสามารถเห็นภาพการใช้ชีวิตจริงได้ชัดเจนมากขึ้น
สำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่มั่นใจว่าจะสมัครเข้าหลักสูตรปริญญาโดยตรง หรือรู้สึกว่าตัวเองต้องการเวลาเตรียมความพร้อมเพิ่มเติม Pathway Program ของ INTO George Mason University ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะน้อง ๆ จะได้พัฒนาทักษะภาษาและทักษะทางวิชาการ พร้อมเริ่มเรียนวิชาในสาขาของตัวเองควบคู่กันไป
การมาเยือนครั้งนี้ทำให้พี่พิงค์ได้เห็นว่า George Mason University ไม่ได้โดดเด่นเพียงเรื่อง Technology เท่านั้น แต่ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลายทั้งด้านหลักสูตร ผู้คน และโอกาสในการเรียนรู้
ถ้าน้อง ๆ คนไหนกำลังมองหามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา และรู้สึกว่า GMU อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับเรา สามารถทักมาพูดคุยกับพี่พิงค์และทีม Edvoy Thailand ได้เลยค่ะ พี่ ๆ พร้อมช่วยดูตั้งแต่การเลือกหลักสูตร ตรวจสอบคุณสมบัติ วางแผนสมัคร ไปจนถึงเตรียมตัวก่อนเดินทางไปเรียนค่ะ
เรียนต่ออเมริกา (Study in USA) 
เรียนต่อปริญญาตรี-ปริญญาโท-ปริญญาเอกอเมริกา
ทักเข้ามาได้เลย!ปรึกษาและบริการฟรีทุกขั้นตอน~
“เรียนต่อต่างประเทศ ต้อง Edvoy Thailand เท่านั้น”