เปิดรั้ว Henley Business School และ University of Reading ครบจบในที่เดียว!
วันนี้พี่ปิงและพี่พริม Edvoy Thailand เริ่มต้นทริปจากสถานี London Paddington Station นั่งรถไฟออกจากลอนดอนไม่ถึง 30 นาที ก็ถึงเมือง Reading ที่เป็นบ้านของ University of Reading หนึ่งในมหาวิทยาลัยสายวิจัยที่โดดเด่นมากของอังกฤษ โดยเฉพาะด้าน Food Science และ Business
จุดหมายแรกของเราในวันนี้คืออาคาร Food Science ที่หลายคนบอกว่าเป็นหนึ่งใน facility ที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัย เพราะที่นี่มีทั้งห้องแล็บวิทยาศาสตร์อาหาร เครื่องมือวิเคราะห์ระดับอุตสาหกรรม และ “Food Processing Centre” ขนาดใหญ่ ที่จำลองโรงงานผลิตอาหารจริงเอาไว้ให้นักศึกษาได้เรียนแบบ hands-on สิ่งที่น่าสนใจคือพื้นที่นี้ไม่ได้เป็นแค่ห้องทดลองธรรมดา แต่เป็นเหมือน environment การทำงานจริง นักศึกษาจะได้ลองใช้อุปกรณ์ processing เครื่องจักร และระบบการผลิตแบบเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารจริง ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการทดลองผลิตใน scale ที่ใกล้เคียงโรงงานจริงมากที่สุด
ระหว่างทัวร์ เราได้พูดคุยกับน้องบิวตี้และน้องเสี่ยวผิง นักศึกษาแลกเปลี่ยนจาก Kasetsart University ที่กำลังเรียนด้าน Food Science อยู่ที่นี่ ทั้งสองคนเล่าว่าสิ่งที่ชอบมากคือการได้เรียนกับอุปกรณ์จริง ได้ทำ practical เยอะ และบรรยากาศการเรียนที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาตั้งคำถามและทดลองด้วยตัวเองตลอดเวลา
อีกหนึ่งไฮไลต์ของมหาวิทยาลัยคือ Henley Business School ชื่อดังที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ทั้งด้าน Management, Marketing และ Finance ตัวอาคารมีความ modern แต่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกแบบอังกฤษเอาไว้ได้อย่างลงตัว น้องๆที่มาเรียนที่นี่ยังสามารถใช้ห้องสมุดสำหรับนักเรียน Business School โดยเฉพาะ
สำหรับน้องที่สนใจ เรียนต่ออังกฤษ สาย Finance หรือ Investment ต้องรู้จัก ICMA Centre ศูนย์การเรียนการสอนด้านการเงินของมหาวิทยาลัย ที่มี dealing room จำลองตลาดหุ้นแบบ real-time ใช้ข้อมูลจริงจาก Bloomberg เหมือนที่ใช้ในบริษัทการเงินและ investment bank นักศึกษาสามารถฝึกวิเคราะห์ตลาด ดูข้อมูลการลงทุน และเรียนรู้การทำงานใน environment แบบมืออาชีพตั้งแต่ยังเรียนอยู่
ส่วนเรื่องชีวิตในมหาวิทยาลัย บอกเลยว่าที่นี่ครบมาก ทั้งพื้นที่สีเขียว คาเฟ่ ร้านค้า ที่เป็นไฮไลท์เลยคือแคนทีนของมหาวิทยาลัยที่มีอาหารแบบบุฟเฟต์ให้เลือกหลากหลายถูกหลักโภชนาการ ในราคาประมาณ 20 ปอนด์ หรือ 880 กว่าบาทไทย ถูกมาก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักศึกษาหลายคนชอบ มี Student Union ที่ด้านในมีครบครันไม่ว่าจะเป็นร้านขายของเอเชีย ร้านตัดผม ผับ บาร์ ให้น้องๆได้มา hang out ได้ทั้งความสะดวกและบรรยากาศ community life แบบมหาวิทยาลัยอังกฤษแท้ๆ
นอกจากคณะที่กล่าวถึงมาพี่ปิงจะพามาดูการจัดอันดับ “5 คณะ / สาขา Top ของ University of Reading” ที่นักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติให้ความสนใจมากที่สุด เผื่อเป็นตัวเลือกให้กับน้องๆได้มากขึ้น
1. Henley Business School
หนึ่งใน Business School ชั้นนำของ UK อย่าง Henley Business School ถือเป็นจุดแข็งอันดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัย โดยได้รับ Triple Crown Accreditation (AACSB, EQUIS และ AMBA) ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของ Business School ทั่วโลก
สาขาที่โดดเด่น ได้แก่ Business Management, Marketing, Finance และ Real Estate โดยเฉพาะสาย Marketing และ Finance ที่มีความเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจจริงสูง ทำให้มีโอกาสต่อยอดอาชีพได้ดี
2. Agriculture & Food Sciences
University of Reading มีชื่อเสียงระดับโลกด้าน Agriculture และ Food Science โดยถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของ UK ในสาขานี้
จุดเด่นอยู่ที่การเรียนการสอนที่ผสมผสานทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติ รวมถึงงานวิจัยด้านอาหารและความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลกในปัจจุบัน
3. Archaeology
สาขา Archaeology ของที่นี่ติดอันดับ Top ของโลกมาอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับนักเรียนที่สนใจด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
หลักสูตรมีความเข้มข้นทั้งด้านภาคสนามและการวิจัย ทำให้นักศึกษาได้ประสบการณ์จริงตั้งแต่ระหว่างเรียน
4. Environmental Science & Earth Sciences
อีกหนึ่งสาขาที่แข็งแรงมากของมหาวิทยาลัยคือด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์โลก ไม่ว่าจะเป็น Climate Change, Geography หรือ Earth Sciences
University of Reading ยังเป็นที่รู้จักในด้านงานวิจัยเกี่ยวกับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติ
5. Psychology
สาขา Psychology ของที่นี่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนต่างชาติ
จุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างการเรียนด้านทฤษฎีและงานวิจัย เช่น Cognitive Psychology และ Clinical Psychology รวมถึงการเชื่อมโยงกับ Language Sciences ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความแข็งแกร่งของมหาวิทยาลัย
หลังจากทัวร์มหาลัยเสร็จแล้ว พวกเราก็มูฟมาเดินเล่นในเมือง Reading จากมหาลัยสามารถนั่งบัสเข้ามาใจกลางเมืองใช้เวลาเพียง 15 นาที อีกหนึ่งมุมที่ทำให้เมือง Reading ดูมีชีวิตมากคือโซน shopping และ café culture ที่กระจุกอยู่กลางเมือง โดยเฉพาะบริเวณ The Oracle ห้างใหญ่ริมแม่น้ำที่เป็นเหมือน hangout หลักของทั้งนักศึกษาและคนท้องถิ่น บรรยากาศรอบ ๆ The Oracle จะต่างจากห้างทั่วไปนิดนึง เพราะมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสื้อผ้า และ riverside dining ที่ทำให้ช่วงเย็นคนชอบออกมาเดินเล่นหรือนั่งกินข้าวริมแม่น้ำ โดยเฉพาะช่วง spring กับ summer เมืองจะคึกคักมาก ส่วนสายคาเฟ่
ถ้ามา Reading แล้วหลายคนจะรู้จัก Black Sheep Coffee ที่เป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษาและคนทำงาน ตัวร้านตกแต่งค่อนข้าง modern แต่ยังมีความ cozy เหมาะทั้งนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือแค่มานั่งพักหลังเลิกเรียน หลายคนชอบที่นี่เพราะกาแฟเข้ม เมนู matcha กับ waffle ค่อนข้างดัง และบรรยากาศเหมาะกับการนั่งยาวมาก วันนี้พี่ปิงและพี่พริมเลยสั่งเป็น vanilla latte ไปคนละแก้ว อร่อยสมราคา
สิ่งที่ทำให้เมือง Reading น่าสนใจคือ แม้จะเป็นเมืองขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มี lifestyle ที่ครบครัน ทั้ง shopping, café, restaurant และพื้นที่สีเขียว อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ลอนดอน ทำให้การเดินทางสะดวกและใช้ชีวิตได้ง่ายมากสำหรับนักศึกษาต่างชาติ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นักศึกษาหลายคนเลือกเรียนต่อ University of Reading และตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อแม้หลังเรียนจบ
ใครที่สนใจอยาก เรียนต่ออังกฤษ เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้าน Management, Marketing และ Finance จาก Henley Business School พร้อมทั้งได้ใช้ชีวิตในเมืองที่เงียบสงบ น่าอยู่ แต่ยังเดินทางเข้า London ได้ง่ายแบบนี้ บอกเลยว่า University of Reading เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ และสามารถติดต่อพี่ๆ Edvoy เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
เรียนต่ออังกฤษ (Study in UK) 
เรียนต่อปริญญาตรี-ปริญญาโท-ปริญญาเอกอังกฤษ
ทักเข้ามาได้เลย!ปรึกษาและบริการฟรีทุกขั้นตอน~
“เรียนต่อต่างประเทศ ต้อง Edvoy Thailand เท่านั้น”