พาไป Plymouth ที่มหาวิทยาลัยมีทะเลอยู่หน้าบ้าน 

ถ้าพูดถึงเมืองเรียนต่อในประเทศอังกฤษ หลายคนคงนึกถึง London, Manchester, Birmingham หรือ Bristol เป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วอังกฤษยังมีอีกหลายเมืองที่น่าสนใจและเหมาะกับการใช้ชีวิตมากกว่าที่คิด หนึ่งในนั้นคือ Plymouth เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษที่ตั้งอยู่ใน Devon และมีชื่อเรียกที่สะท้อนตัวตนของเมืองได้เป็นอย่างดีว่า “Britain’s Ocean City”
Plymouth เป็นเมืองท่าเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี และมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การเดินเรือของอังกฤษ ด้วยทำเลที่อยู่ติดทะเล ทำให้เมืองนี้มีบรรยากาศที่ค่อนข้างผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และซูเปอร์มาร์เก็ต ที่สำคัญคือหลายอย่างอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของนักศึกษาที่นี่สะดวกกว่าที่หลายคนอาจคิด
และครั้งนี้พี่ออมสินมีโอกาสได้มาเยี่ยมชม University of Plymouth ด้วยตัวเอง เลยอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักทั้งมหาวิทยาลัยและเมืองนี้ไปพร้อม ๆ กันว่า ทำไม Plymouth ถึงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจสำหรับการเรียนต่อ UK
สิ่งแรกที่พี่ออมสินประทับใจตั้งแต่เข้ามาใน University of Plymouth คือบรรยากาศของมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างเปิดกว้าง และที่สำคัญคือทำเลของมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้กับ City Centre มาก
อาคารเรียนและ Facilities หลายส่วนอยู่ในบริเวณที่สามารถเดินถึงกันได้ ทำให้นักศึกษาสามารถเดินจากห้องเรียนไปห้องสมุด หรือออกไป City Centre ต่อได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางนาน
สำหรับพี่ออมสิน นี่เป็นอีกหนึ่งข้อดีที่ค่อนข้างชอบ เพราะเวลามาเรียนต่อในต่างประเทศ การมีมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองก็ช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นเยอะ
ไม่ว่าจะเป็นการออกไปซื้อของ หาอะไรกินหลังเลิกเรียน หรือแวะคาเฟ่กับเพื่อน ๆ ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องนั่งรถเข้าเมืองเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ภายในมหาวิทยาลัยเองก็มีทั้ง Museum และ Art Gallery ให้ได้เข้าไปชม ทำให้บรรยากาศของที่นี่ไม่ได้มีแค่ห้องเรียนกับ Lecture Theatre แต่ยังมีพื้นที่ให้ใช้เวลาและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ นอกห้องเรียนด้วย
แต่ถ้าถามว่าจริง ๆ แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้ University of Plymouth แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ
สำหรับพี่ออมสิน คำตอบค่อนข้างชัดเลยว่า Marine
ด้วยความที่ Plymouth เป็นเมืองติดทะเล มหาวิทยาลัยจึงสามารถนำสภาพแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนได้จริง
และตรงนี้เองที่ทำให้การมาเยี่ยมชม University of Plymouth ครั้งนี้น่าสนใจมากกว่าการเดินดู Campus ทั่วไป
หนึ่งใน Facilities ที่น่าสนใจคือ Marine Station ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ Plymouth Sound และถูกใช้สำหรับการเรียนการสอนและการวิจัยด้าน Marine โดยภายในมีทั้ง Wet Labs, Seawater Aquarium รวมถึงอุปกรณ์และเรือที่ใช้สำหรับงานวิจัยทางทะเล
พี่ออมสินรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นภาพของการเรียนสาย Marine ได้ชัดมาก
เพราะนักศึกษาไม่ได้เรียนเรื่องทะเลจากในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่สามารถนำความรู้ไปเรียนรู้และทดลองกับสภาพแวดล้อมจริงได้ด้วย
สำหรับคนที่สนใจ Marine Biology, Ocean Science, Marine Conservation หรือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับทะเล การได้เรียนในเมืองที่มี Marine Environment อยู่รอบตัวแบบนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก
อีกหนึ่ง Highlight ที่พี่ออมสินมีโอกาสได้เห็นระหว่างการเยี่ยมชมคือ Wave Tank
ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ลองจินตนาการถึงเครื่องจำลองคลื่นขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ศึกษาพฤติกรรมของคลื่นและสภาพแวดล้อมทางทะเลได้
ที่นี่มีการใช้ Wave Tank สำหรับการเรียน การทดลอง และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Coastal และ Ocean Engineering รวมถึงการศึกษาระบบพลังงานจากคลื่น
สิ่งที่พี่ออมสินชอบคือ เราจะเห็นได้เลยว่าความรู้ที่เรียนในห้องสามารถถูกนำมาต่อยอดเป็นการทดลองจริงได้อย่างไร
เพราะบางเรื่อง ถ้าเรียนจาก Slide หรือ Textbook อย่างเดียว เราอาจนึกภาพไม่ออก แต่พอได้มาเห็นอุปกรณ์จริงและเห็นว่ามหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการเรียนและการวิจัย ก็จะเข้าใจทันทีว่าการเรียนแบบ Practical Learning เป็นอย่างไร
และอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่สนใจด้าน Marine และ Shipping คือ Ship Bridge Simulator
เป็นเครื่องจำลองการเดินเรือที่ทำให้เราได้เห็นภาพว่าการควบคุมเรือและการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างไร
สำหรับนักศึกษาที่ต้องเตรียมตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมการเดินเรือ การได้ฝึกผ่าน Simulation ก่อนออกไปเจอสถานการณ์จริง ถือเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาก
และนี่ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้พี่ออมสินเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไม University of Plymouth ถึงมีความโดดเด่นในด้าน Marine และ International Shipping
ที่นี่ไม่ได้มีแค่การเรียนทฤษฎี แต่พยายามสร้างสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริงให้นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่ยังอยู่ในมหาวิทยาลัย
ถึงแม้ Marine จะเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ University of Plymouth เป็นที่รู้จัก แต่จริง ๆ แล้วมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็น
- Business
- Engineering
- Computing
- Health Sciences
- Environmental Sciences
- Marine และ Ocean Sciences
โดยแนวทางการเรียนของหลายหลักสูตรจะเน้นการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง ผ่านการทำ Project, Practical Learning, Laboratory หรือการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม
ดังนั้นถ้าใครกำลังมองหามหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เน้นแค่การเรียนในห้อง แต่ต้องการได้ลองทำจริงและพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ต่อใน Career ได้ University of Plymouth ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ
อีกหนึ่งอย่างที่พี่ออมสินชอบเกี่ยวกับ Plymouth คือ จังหวะชีวิตของเมือง เมืองไม่ได้วุ่นวายหรือเร่งรีบเหมือน London แต่ก็ไม่ได้เงียบจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ทำ ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน นักศึกษาสามารถเดินเล่นริมทะเล นั่งร้านกาแฟ หรือใช้เวลาบริเวณ Plymouth Hoe ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของเมือง บริเวณนี้สามารถมองเห็นทะเลได้กว้างมาก และถ้าเป็นช่วงเย็นก็สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้ด้วย
ส่วนใครที่ชอบบรรยากาศเมืองเก่า พี่ออมสินแนะนำให้ลองไป The Barbican ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และอาคารเก่าแก่ริมทะเล ให้บรรยากาศแตกต่างจาก City Centre พอสมควร และเป็นอีกหนึ่งมุมของ Plymouth ที่ทำให้รู้สึกว่าเมืองนี้มีทั้งความเป็นเมืองและความเป็นเมืองท่าเก่าแก่ผสมกันอยู่
หลังจากได้ไปเยี่ยมชมด้วยตัวเอง พี่ออมสินมองว่า University of Plymouth น่าจะเหมาะกับคนที่กำลังมองหาสิ่งเหล่านี้
คนที่สนใจ Marine หรือ International Shipping
แน่นอนว่าจุดเด่นที่ชัดที่สุดของที่นี่คือ Marine และการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับทะเล โดยมี Facilities ที่ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์และสภาพแวดล้อมจริง
คนที่ชอบเรียนแบบ Practical
ถ้าเป็นคนที่รู้สึกว่าเรียนจากหนังสืออย่างเดียวแล้วไม่ค่อยอิน ที่นี่มีทั้ง Laboratory, Simulation, Fieldwork และ Facilities ที่เปิดโอกาสให้ได้ทดลองจริง
คนที่อยากอยู่เมืองที่ไม่วุ่นวายเกินไป
Plymouth มีขนาดกำลังพอดี มีทั้ง City Centre, ร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้ง แต่ก็ยังมีทะเลและพื้นที่ธรรมชาติอยู่ใกล้ตัว
คนที่ชอบทะเลและ Outdoor Lifestyle
ถ้าชีวิตในฝันคือเรียนเสร็จแล้วเดินไปริมทะเล Weekend ก็ออกไปเที่ยวเมืองชายฝั่งหรือธรรมชาติรอบ ๆ ได้ Plymouth น่าจะเป็นเมืองที่ตอบโจทย์ Lifestyle แบบนี้มากทีเดียว
หลังจากได้ใช้เวลาอยู่ที่ University of Plymouth พี่ออมสินรู้สึกว่าเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ที่มหาวิทยาลัย แต่เป็น ภาพรวมของ University + City + Lifestyle University of Plymouth มีจุดเด่นด้าน Marine และมี Facilities ที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสำหรับคนที่สนใจการเรียนแบบ Practical และต้องการเห็นการนำความรู้ไปใช้จริง
ขณะเดียวกันตัวเมือง Plymouth เองก็มีบรรยากาศที่ค่อนข้างผ่อนคลาย มีร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และที่สำคัญคือมีทะเลอยู่ใกล้ตัว พี่ออมสินชอบตรงที่เมืองนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเราต้องเลือกระหว่าง “เรียนมหาวิทยาลัย” กับ “มี Quality of Life ที่ดี” เพราะที่ Plymouth เราสามารถมีทั้งสองอย่างไปพร้อมกันได้ สำหรับใครที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยใน UK ที่โดดเด่นด้าน Marine หรือ International Shipping อยากได้ประสบการณ์การเรียนที่เชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง และอยากใช้ชีวิตในเมืองที่มีทะเลอยู่หน้าบ้าน University of Plymouth อาจเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่อยากให้ลองเปิดใจทำความรู้จักดูค่ะ
เพราะหลังจากที่พี่ออมสินได้มาเยือนด้วยตัวเอง ต้องบอกเลยว่า… Plymouth เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากกว่าที่คิดจริง ๆ 🌊🇬🇧
ใครที่สนใจอยากเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นขนาดนี้ พร้อมทั้งได้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย แนะนำว่าไม่ควรพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้นะคะ อยากเรียนต่ออังกฤษ สามารถติดต่อพี่ๆ Edvoy เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
เรียนต่ออังกฤษ (Study in UK) 
เรียนต่อปริญญาตรี-ปริญญาโท-ปริญญาเอกอังกฤษ
ทักเข้ามาได้เลย!ปรึกษาและบริการฟรีทุกขั้นตอน~
“เรียนต่อต่างประเทศ ต้อง Edvoy Thailand เท่านั้น”