อัปเดตกฎใหม่!
วีซ่านักเรียน F-1 VISA
แพลนเรียนต่ออเมริกา ต้องรู้ไว้!
สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังวางแผน เรียนต่ออเมริกา ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก หรือมีแผนต่อยอดไปสู่ OPT/STEM OPT มีการเปลี่ยนแปลงด้านกฎตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกาที่ควรทำความเข้าใจก่อนเดินทาง
ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2026 เป็นต้นไป กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (Department of Homeland Security หรือ DHS) จะเริ่มใช้กฎใหม่ที่เปลี่ยนระบบการกำหนดระยะเวลาที่ผู้ถือสถานะ F-1 และ J-1 สามารถอยู่ในสหรัฐฯ จากเดิมที่ใช้ระบบ Duration of Status (D/S) ไปเป็น Fixed Period of Admission หรือการกำหนดระยะเวลาการพำนักที่มีวันสิ้นสุดชัดเจน
สำหรับนักเรียนไทยที่กำลังเตรียมตัวไปเรียนต่ออเมริกา เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะต่อจากนี้นอกจากการรักษาสถานะนักเรียนให้ถูกต้องแล้ว นักเรียนจะต้องให้ความสำคัญกับ วันสิ้นสุดของระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ มากขึ้น
F-1 Visa คืออะไร และกฎใหม่เปลี่ยนอะไร?
ก่อนอื่นต้องแยก 2 เรื่องนี้ออกจากกัน
F-1 Visa คือวีซ่าสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาต
ขณะที่ ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ (authorized stay) เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานะการพำนักและข้อมูลใน Form I-94
ภายใต้ระบบเดิม นักเรียน F-1 โดยทั่วไปจะได้รับการ admission แบบ Duration of Status (D/S) หมายความว่านักเรียนสามารถอยู่ในสหรัฐฯ ได้ตราบเท่าที่รักษาสถานะ F-1 และปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเรียนและการฝึกงานที่ได้รับอนุญาต รวมถึงระยะเวลาเพิ่มเติมหลังจบตามที่กำหนด
แต่ตั้งแต่ 15 กันยายน 2026 ระบบจะเปลี่ยนเป็น Fixed Period of Admission ซึ่งหมายถึงการมีระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ ที่กำหนดเป็นวันสิ้นสุดอย่างชัดเจน
สำคัญ: การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่า F-1 Visa ของนักเรียนทุกคนจะมีอายุเพียง 4 ปี หรือหมายความว่านักเรียนจะเรียนหลักสูตรที่ใช้เวลามากกว่า 4 ปีไม่ได้
หากระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตไม่เพียงพอต่อการเรียนให้จบ นักเรียนอาจต้องดำเนินการ Extension of Stay ตามเงื่อนไขที่กำหนด
|
Topic |
🇺🇸 กฎเดิม |
🆕 New Final Rule |
|
ระยะเวลาที่อยู่ใน USA |
D/S (Duration of Status) อยู่ได้ตามระยะเวลาที่รักษาสถานะ F-1 |
Fixed Period of Admission กำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ โดยระบุวันสิ้นสุดใน I-94 (Admit Until Date) |
|
ระยะเวลาสูงสุด |
ไม่มีเพดาน หากรักษาสถานะ F-1 สามารถอยู่ในอเมริกาได้ |
โดยทั่วไปไม่เกิน 4 ปี หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นสำหรับแต่ละหลักสูตร |
|
หากเรียนไม่จบตามกำหนด |
DSO สามารถขยาย Program End Date ใน SEVIS / I-20 ได้ตามเงื่อนไข |
หากต้องอยู่เกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต อาจต้องยื่น Extension of Stay (EOS) กับทาง USCIS |
|
Grace Period |
สูงสุด 60 วัน หลังจบหลักสูตรหรือสิ้นสุด OPT ตามเงื่อนไข |
ลดเหลือเพียง 30 วัน สำหรับผู้ที่อยู่ภายใต้กฎใหม่ |
|
OPT / STEM OPT |
อยู่ภายใต้ D/S และกฎ OPT ที่เกี่ยวข้อง |
ยังคงมี OPT / STEM OPT ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ระยะเวลาการ admission ใหม่ และอาจต้องยื่น EOS หากระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตไม่ครอบคลุมช่วง STEM OPT |
|
การเปลี่ยนระดับการศึกษา |
สามารถเปลี่ยนระดับการศึกษาตามเงื่อนไขของ F-1 |
มีข้อจำกัดมากขึ้นในการเปลี่ยนระดับการศึกษา โดยเฉพาะการเปลี่ยนไปยังระดับที่ต่ำกว่าหรือระดับเดิม อาจไม่ได้รับการอนุมัติ |
|
การย้ายสถาบัน ระหว่างที่อยู่ใน USA (Transfer) |
สามารถย้ายสถาบันได้ตามเงื่อนไขของ F-1 และ SEVIS |
มีข้อจำกัดมากขึ้น: ระดับต่ำกว่า Graduate ต้องเรียนปีแรกให้จบที่สถาบันเดิม ส่วนระดับ Graduate ขึ้นไปไม่สามารถ Transfer ระหว่างหลักสูตรได้ เว้นแต่มีข้อยกเว้นที่ SEVP อนุมัติ |
|
การเดินทางออกนอก USA |
Visa และ D/S เป็นคนละเรื่องกัน |
ต้องพิจารณาทั้ง Visa, I-94 / AUD และสถานะ F-1 ก่อนเดินทางกลับเข้า USA |
|
I-94 |
โดยทั่วไปแสดง D/S สำหรับ F-1 |
ต้องตรวจสอบ Admit Until Date (AUD) ที่ระบุระยะเวลาการได้รับอนุญาตให้อยู่ |
|
สิ่งที่ต้องติดตาม |
เน้นรักษา F-1 Status และติดตาม SEVIS / I-20 |
นอกจากรักษา Status แล้ว ต้องติดตามวันสิ้นสุด Authorized Stay / AUD ด้วย |
อ้างอิงข้อมูลจาก : https://studyinthestates.dhs.gov/final-rule-establishing-a-fixed-time-period-of-admission-and-an-extension-of-stay-procedure-quick
สรุปง่าย ๆ คือ กฎใหม่ไม่ได้ยกเลิกวีซ่านักเรียน F-1 แต่เปลี่ยนจากการอยู่แบบ Duration of Status (D/S) มาเป็นการกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใน USA แบบมีวันสิ้นสุดชัดเจนมากขึ้น โดยการรักษา F-1 Status เพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ขยายออกไปโดยอัตโนมัติ
I-94 สำคัญขึ้นอย่างไร?
Form I-94 คือเอกสารที่แสดงข้อมูลการเดินทางเข้าและระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ
ภายใต้กฎใหม่ นักเรียนไม่ควรดูเพียงวันหมดอายุของ F-1 Visa ใน Passport หรือวันสิ้นสุดใน I-20 เท่านั้น แต่ควรตรวจสอบข้อมูลใน I-94 หลังเดินทางเข้าสหรัฐฯ ด้วย
ตัวอย่างเช่น
I-20: หลักสูตร 5 ปี
I-94: ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่กำหนดก่อนหลักสูตรจบ
ในกรณีดังกล่าว นักเรียนไม่ได้หมายความว่า “เรียนต่อไม่ได้” แต่หากต้องการอยู่ต่อเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต อาจต้องดำเนินการ Extension of Stay ตามข้อกำหนด
ดังนั้น I-20 ที่ถูกต้องหรือ SEVIS ที่ยัง Active ไม่ได้หมายความว่านักเรียนสามารถเพิกเฉยต่อวันสิ้นสุดของ authorized stay ได้
Fixed Period of Admission คืออะไร?
ภายใต้กฎใหม่ นักเรียน F-1 จะได้รับระยะเวลาการ admission ที่สัมพันธ์กับระยะเวลาของหลักสูตรและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปกำหนดไว้ไม่เกิน 4 ปีต่อช่วงการ admission
หากนักเรียนจำเป็นต้องอยู่ในสหรัฐฯ ต่อเพื่อเรียนให้จบหลักสูตรหรือทำกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต อาจต้องยื่นคำขอ Extension of Stay กับ USCIS ตามขั้นตอนที่กำหนด
ดังนั้น สิ่งที่นักเรียนต้องให้ความสำคัญมากขึ้นคือการตรวจสอบว่า
- หลักสูตรของเราสิ้นสุดเมื่อใด
- Form I-20 ระบุ Program End Date เป็นวันไหน
- Form I-94 ระบุระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันไหน
- หากต้องใช้เวลาเรียนเพิ่ม ต้องดำเนินการ Extension of Stay หรือไม่
- หากมี OPT/STEM OPT ต้องตรวจสอบเอกสารและระยะเวลาที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกัน
นักเรียนที่ถือ F-1 อยู่แล้วก่อนวันที่ 15 กันยายน 2026 ต้องทำอย่างไร?
สำหรับนักเรียนที่อยู่ในสหรัฐฯ อยู่แล้วและยังรักษาสถานะ F-1 อย่างถูกต้องในวันที่กฎใหม่มีผล จะมี Transition Rules รองรับการเปลี่ยนจากระบบ D/S ไปสู่ระบบใหม่
DHS ระบุว่า นักเรียน F-1 ที่อยู่ในสหรัฐฯ อย่างถูกต้องในวันที่ 15 กันยายน 2026 จะได้รับการเปลี่ยนผ่านตามเงื่อนไขของกฎใหม่ โดยระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านสามารถยาวได้สูงสุดถึง 4 ปีนับจากวันที่กฎมีผล รวมถึงช่วงเวลาเดินทางออกนอกประเทศที่เกี่ยวข้องกับ F-1
ดังนั้น นักเรียนที่ถือ F-1 อยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสถานะทันทีในวันที่ 15 กันยายน 2026
อย่างไรก็ตาม นักเรียนควรตรวจสอบสถานะและเอกสารของตัวเองกับ Designated School Official (DSO) ของสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ เพื่อให้เข้าใจว่ากฎใหม่มีผลกับกรณีของตัวเองอย่างไร
Grace Period หลังเรียนจบเปลี่ยนแปลงหรือไม่?
อีกประเด็นที่นักเรียนควรรู้คือ Grace Period
ภายใต้กฎใหม่ สำหรับ F-1 นักเรียนยังมีช่วงเวลาเพิ่มเติมหลังสิ้นสุดการศึกษา หรือหลังสิ้นสุด Post-Completion OPT ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดย F-1 ยังคงมีระยะเวลา 60 วันสำหรับการเดินทางออกจากสหรัฐฯ ตามกฎใหม่
ดังนั้น ประเด็นนี้ควรแยกออกจากระยะเวลาของ fixed admission และไม่ควรเข้าใจว่า Grace Period ถูกลดเหลือ 30 วันสำหรับ F-1
ทำไม F-1 Visa ของนักเรียนไทยมีอายุ 1 ปี แล้วถ้าวีซ่าหมดอายุระหว่างเรียนทำอย่างไร?
วีซ่านักเรียนอเมริกา F-1 Visa สำหรับผู้ถือสัญชาติไทย ปัจจุบันมีอายุ 12 เดือน และเป็น Multiple Entries โดยอายุ Visa นับจากวันที่ออกวีซ่า ไม่ใช่วันที่สัมภาษณ์
หากสงสัยว่าทำไมเรียนปริญญาตรี 4 ปี หรือปริญญาโท 2 ปี แต่ Visa มีอายุเพียง 1 ปี? เพราะ “อายุ Visa” กับ “ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใน USA” เป็นคนละส่วนกัน ดังนั้น Visa หมดอายุระหว่างเรียน ไม่ได้แปลว่าต้องออกจาก USA หรืออยู่แบบผิดกฎหมาย หากยังรักษา F-1 Status และมีสิทธิ์อยู่ตามเงื่อนไข
แต่หากออกจาก USA แล้ว Visa หมดอายุ จะต้องขอ F-1 Visa ใหม่ก่อนเดินทางกลับเข้า USA และอย่าลืมเช็กกับ DSO เรื่อง Travel Endorsement บน I-20 ก่อนเดินทางครับ
Social Media Screening สำหรับ F-1 ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัว
นอกจากกฎเรื่องระยะเวลาการพำนักแล้ว นักเรียนที่กำลังสมัคร F-1 ควรทราบว่ากระบวนการตรวจสอบวีซ่าสหรัฐฯ มีการตรวจสอบ Online Presence / Social Media สำหรับผู้สมัครวีซ่า F, M และ J อยู่แล้ว
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้สมัคร F, M และ J จะต้องปรับ Privacy Settings ของ Social Media Profiles ให้เป็น Public หรือ Open เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและ vetting
ดังนั้น ก่อนสัมภาษณ์วีซ่า นักเรียนควรตรวจสอบข้อมูลออนไลน์ของตัวเองให้เรียบร้อย และควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Social Media ที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรงกับข้อมูลจริง
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรสร้างข้อมูลใหม่หรือลบข้อมูลเพียงเพื่อพยายามทำให้โปรไฟล์ดูแตกต่างจากความเป็นจริง แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องมีความถูกต้องและสอดคล้องกัน
Checklist สำหรับนักเรียนไทยที่กำลังจะไปเรียนต่ออเมริกา 🇺🇸
เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับกฎใหม่ นักเรียนสามารถใช้ Checklist นี้ก่อนเดินทางได้
1. ตรวจสอบ Form I-20
เช็กชื่อ วันเกิด ระดับการศึกษา ชื่อสถาบัน และ Program Start/End Date ให้ถูกต้อง
2. ทำความเข้าใจระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ
อย่าดูเฉพาะวันหมดอายุของ Visa ใน Passport แต่ควรตรวจสอบ I-94 หลังเดินทางเข้าสหรัฐฯ ด้วย
3. รักษาสถานะ F-1 ให้ถูกต้อง
ปฏิบัติตามข้อกำหนดของหลักสูตร การลงทะเบียนเรียน การเปลี่ยนหลักสูตร การย้ายสถาบัน และการทำงาน/ฝึกงานตามที่ได้รับอนุญาต
4. หากหลักสูตรต้องใช้เวลาเพิ่ม ให้เริ่มวางแผนล่วงหน้า
หากมีโอกาสที่ต้องเรียนเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ควรพูดคุยกับ DSO และตรวจสอบว่าจำเป็นต้องยื่น Extension of Stay หรือไม่
5. เตรียม Social Media ให้พร้อมสำหรับ Visa Screening
ตรวจสอบข้อมูลออนไลน์และ Social Media Accounts ที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและสอดคล้องกับข้อมูลที่ยื่นสมัครวีซ่า
6. เก็บเอกสารสำคัญไว้ให้ครบ
เอกสารที่ควรเก็บไว้ ได้แก่
- Passport
- F-1 Visa
- Form I-20
- SEVIS information
- Form I-94
- Admission Letter
- เอกสารทางการเงิน
- เอกสารเกี่ยวกับที่พัก
- เอกสารที่เกี่ยวข้องกับ OPT/STEM OPT หากมี
โดยสรุปแล้ว กฎใหม่ไม่ได้ยกเลิก F-1 แต่เปลี่ยนวิธีการกำหนดระยะเวลาที่นักเรียนสามารถอยู่ใน USA จาก D/S ไปสู่การกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะกำลังวางแผนไปเรียนต่ออเมริกา กำลังเรียนปริญญาที่อเมริกาอยู่ หรือกำลังเตรียมตัวยื่นสิทธิ์ OPT / STEM OPT หลังเรียนจบที่อเมริกา อย่าลืมเช็กทั้ง I-20, I-94 และ F-1 Status ของตัวเองให้ครบครับกฎใหม่ที่เริ่มมีผลวันที่ 15 กันยายน 2026 ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ ยกเลิก F-1 Visa หรือว่านักเรียนทุกคนจะสามารถเรียนในอเมริกาได้ไม่เกิน 4 ปี แต่เป็นการเปลี่ยนระบบการกำหนดระยะเวลาการพำนัก จาก Duration of Status (D/S) ไปเป็น Fixed Period of Admission ซึ่งทำให้นักเรียนต้องให้ความสำคัญกับวันสิ้นสุดของ authorized stay มากขึ้น
สำหรับนักเรียนที่กำลังวางแผนเรียนต่ออเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการวางแผนตั้งแต่ก่อนสมัครเรียน ตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้อง และทำความเข้าใจทั้งเรื่อง F-1 Visa, I-20, SEVIS และ I-94 รวมถึงติดตามกฎ Immigration ที่อาจมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
พี่ ๆ Edvoy Thailand สรุปข้อมูลสำคัญสำหรับกฎใหม่ New Final Rule เพื่อให้น้อง ๆ วางแผนเรียนต่อ USA ได้อย่างมั่นใจและเตรียมตัวได้ถูกต้อง และสำหรับน้อง ๆ ที่ไม่รู้จะเริ่มต้นเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศอย่างไร สามารถติดต่อ พี่ ๆ Edvoy Thailand มาได้เลย!
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎสำหรับนักเรียนต่างชาติ ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านกฎหมายหรือ Immigration อย่างเป็นทางการ กฎและขั้นตอนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับกรณีเฉพาะบุคคล
💌 น้องๆ ที่มีแพลน เรียนต่อต่างประเทศ เรียนต่ออเมริกา หรือเรียนต่ออังกฤษ
แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ทักเข้ามาได้เลย! 💌
ทักเข้ามาได้เลย!ปรึกษาและบริการฟรีทุกขั้นตอน~
“เรียนต่อต่างประเทศ ต้อง Edvoy Thailand เท่านั้น”